This page may contain third-party content, which is provided for information purposes only (not representations/warranties) and should not be considered as an endorsement of its views by Gate, nor as financial or professional advice. See Disclaimer for details.
APR ย่อมาจาก อะไร? ความแตกต่างกับ APY ในโลกคริปโต
APR ย่อมาจาก Annual Percentage Rate ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยธรรมดาที่แสดงจำนวนผลตอบแทนต่อปี ส่วน APY ย่อมาจาก Annual Percentage Yield ซึ่งคำนึงถึงการทบต้นของดอกเบี้ย ความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง APR ย่อมาจากแนวคิด “ดอกเบี้ยธรรมดา” กับ APY ที่เป็น “ดอกเบี้ยทบต้น” นั้นสำคัญมากต่อการลงทุนคริปโตที่ชาญฉลาด
APR ย่อมาจากแนวคิด “อัตราร้อยละต่อปี” ที่ควรรู้
APR ย่อมาจาก Annual Percentage Rate ซึ่งในภาษาไทยหมายถึง “อัตราร้อยละต่อปี” โดยเป็นการคำนวณดอกเบี้ยอย่างตรงไปตรงมา หากคุณลงทุน 100 บาทที่ APR 5% จะได้รับดอกเบี้ย 5 บาทเพิ่มเติมในปีแรก ไม่มีการคิดดอกเบี้ยจากดอกเบี้ยที่ได้รับ
แนวคิด APR ที่ง่าย ๆ นี้ใช้ได้กับการกู้ยืมเงินด้วย หากคุณกู้เงิน 100 บาท ที่อัตรา 5% จะต้องคืนเงินต้น 100 บาท บวกดอกเบี้ย 5 บาท รวม 105 บาท เมื่อหมดระยะเวลาหนึ่งปี
ประเภทของ APR ที่ตัวจริงต้องรู้
APR มีสองแบบหลักที่จะพบในตลาด ได้แก่:
APR คงที่ (Fixed APR): อัตราดอกเบี้ยจะคงไม่เปลี่ยนแปลงตลอดระยะเวลาจ่ายชำระ หมายความว่าคุณจะทำนายจำนวนดอกเบี้ยได้อย่างแน่นอน ไม่ว่าตลาดจะเปลี่ยนแปลงแค่ไหนก็ตาม
APR แปรผัน (Variable APR): อัตราดอกเบี้ยอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามสภาวะตลาด โดยขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ทำให้ผู้กู้จะต้องจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้นหากตลาดเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ไม่เอื้ออำนวย
APY และการทบต้นดอกเบี้ย: ผลตอบแทนที่แท้จริง
APY ย่อมาจาก Annual Percentage Yield ซึ่งเป็นการวัดผลตอบแทนที่เกิดจากการทบต้น คำนี้อธิบายถึงสิ่งที่คุณจะได้รับจริง ๆ เมื่อรวมดอกเบี้ยจากดอกเบี้ย
ตัวอย่างเช่น หากคุณลงทุน 100 บาท ที่ APY 5% จะไม่ได้รับเพียง 5 บาท เท่านั้น ในครั้งแรกที่คิดดอกเบี้ย คุณจะได้รับดอกเบี้ยจากจำนวน 100 บาท บวกจำนวนใด ๆ ที่คุณได้รับจากการทบต้นครั้งก่อน
ความแตกต่างนี้ดูเล็กน้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไป เงินของคุณจะเติบโตเร็วขึ้นด้วย APY มากกว่า APR ด้วยเหตุการณ์ “ดอกเบี้ยต่อดอกเบี้ย” นี้เอง
APR และ APY ในคริปโต: Staking และ Yield Farming
ในโลกคริปโต APR ย่อมาจากอัตราผลตอบแทนโดยไม่คำนึงถึงการทบต้น ซึ่งมักใช้ในการอธิบายผลตอบแทนจากการ Lending (ให้ยืมโทเค็น) บนแพลตฟอร์ม DeFi
Staking เป็นวิธีการที่คุณล็อคโทเค็นของคุณบนบล็อกเชนเพื่อสนับสนุนการทำงานของเครือข่าย (เช่น Proof-of-Stake) และรับดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทน บางแพลตฟอร์มอาจคำนวณผลตอบแทน Staking โดยใช้ APR หรือ APY ขึ้นอยู่กับว่าดอกเบี้ยถูกทบต้นบ่อยเพียงใด
Yield Farming เป็นกิจกรรมการลงทุนขั้นสูงที่คุณนำโทเค็นของคุณไปมอบให้ liquidity pool บนโปรโตคอล DeFi ว่าผลตอบแทนมักแสดงเป็น APR หรือ APY ต่างกัน การทำฟาร์มสำหรับผลตอบแทนนั้นมักเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงสูงกว่า เนื่องจากคุณต้องเผชิญกับความผันผวนของราคาและความเสี่ยงของสัญญา
การคำนวณอย่างง่ายสำหรับผู้เริ่มต้น
สูตรพื้นฐาน APR: APR = P × T
ตัวอย่าง: หากคุณลงทุน 10 BTC ที่ APR 6% เป็นเวลา 1 ปี คุณจะได้รับ 0.6 BTC ดอกเบี้ย รวมทั้งหมด 10.6 BTC
สูตร APY (คำนึงถึงการทบต้น): APY = (1 + r/n)ⁿ - 1
หากคุณทบต้นดอกเบี้ยรายวัน APY จะสูงกว่า APR อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากดอกเบี้ยจะคำนวณใหม่ทุกวัน
วิธีเปรียบเทียบ: ตัวอย่างการลงทุนจริง
สถานการณ์: คุณมี 10,000 บาท ต้องการลงทุนในอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี เป็นระยะเวลา 3 ปี
ถ้าใช้ APR เพียงอย่างเดียว:
ถ้าใช้ APY ที่ทบต้นรายปี:
ผลต่าง: APY ให้ผลตอบแทนเพิ่มเติม 76.25 บาท จากการทบต้นตามเวลา
เลือก APR หรือ APY: คำแนะนำสำหรับนักลงทุน
สำหรับผู้ลงทุน (ต้องการรับผลตอบแทน):
สำหรับผู้กู้ยืม (ต้องจ่ายดอกเบี้ย):
ตารางเปรียบเทียบ APR vs APY
สรุป: ทำไม APR ย่อมาจากแนวคิดสำคัญในการลงทุน
APR ย่อมาจากแนวคิด “อัตราร้อยละต่อปี” ที่วัดดอกเบี้ยอย่างตรงไปตรงมา ในขณะที่ APY ย่อมาจากแนวคิด “ผลตอบแทนประจำปี” ที่รวมการทบต้น
สำหรับผู้ที่สนใจการลงทุนคริปโต เลือกแพลตฟอร์มหรือผลิตภัณฑ์ที่ให้ APY สูงนั้นจะดีกว่า เนื่องจากคุณจะได้รับผลตอบแทนที่แท้จริงมากขึ้น การทบต้นดอกเบี้ยรายวันจะให้ผลตอบแทนมากที่สุด แม้อัตราดอกเบี้ยเท่าเดิม
เข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจลงทุนหรือกู้ยืมได้ดีขึ้น และเพิ่มโอกาสสำเร็จในการทำกำไรจากการลงทุนคริปโตในระยะยาว