Cơ bản
Giao ngay
Giao dịch tiền điện tử một cách tự do
Giao dịch ký quỹ
Tăng lợi nhuận của bạn với đòn bẩy
Chuyển đổi và Đầu tư định kỳ
0 Fees
Giao dịch bất kể khối lượng không mất phí không trượt giá
ETF
Sản phẩm ETF có thuộc tính đòn bẩy giao dịch giao ngay không cần vay không cháy tải khoản
Giao dịch trước giờ mở cửa
Giao dịch token mới trước niêm yết
Futures
Truy cập hàng trăm hợp đồng vĩnh cửu
TradFi
Vàng
Một nền tảng cho tài sản truyền thống
Quyền chọn
Hot
Giao dịch với các quyền chọn kiểu Châu Âu
Tài khoản hợp nhất
Tối đa hóa hiệu quả sử dụng vốn của bạn
Giao dịch demo
Giới thiệu về Giao dịch hợp đồng tương lai
Nắm vững kỹ năng giao dịch hợp đồng từ đầu
Sự kiện tương lai
Tham gia sự kiện để nhận phần thưởng
Giao dịch demo
Sử dụng tiền ảo để trải nghiệm giao dịch không rủi ro
Launch
CandyDrop
Sưu tập kẹo để kiếm airdrop
Launchpool
Thế chấp nhanh, kiếm token mới tiềm năng
HODLer Airdrop
Nắm giữ GT và nhận được airdrop lớn miễn phí
Pre-IPOs
Mở khóa quyền truy cập đầy đủ vào các IPO cổ phiếu toàn cầu
Điểm Alpha
Giao dịch trên chuỗi và nhận airdrop
Điểm Futures
Kiếm điểm futures và nhận phần thưởng airdrop
Đầu tư
Simple Earn
Kiếm lãi từ các token nhàn rỗi
Đầu tư tự động
Đầu tư tự động một cách thường xuyên.
Sản phẩm tiền kép
Kiếm lợi nhuận từ biến động thị trường
Soft Staking
Kiếm phần thưởng với staking linh hoạt
Vay Crypto
0 Fees
Thế chấp một loại tiền điện tử để vay một loại khác
Trung tâm cho vay
Trung tâm cho vay một cửa
Lạm phát thực sự là gì và tại sao các nhà đầu tư lại phải lo lắng
ถ้าคุณสังเกตเห็นว่าราคาของสิ่งที่ซื้อในชีวิตประจำวันแพงขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือสัญญาณของ เงินเฟ้อ ปรากฏการณ์เศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่ออำนาจการซื้อของเงินของเรา แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้าใจอย่างแท้จริง
ภาวะเงินเฟ้อ: ความเป็นจริงที่เราต้องเผชิญ
เงินเฟ้อ คือ สถานการณ์เศรษฐกิจที่มูลค่าเงินลดลง ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือพูดอีกวิธีหนึ่ง คือเงินที่เรามีในกระเป๋าจะซื้อของได้น้อยลงกว่าเดิม
ยกตัวอย่าง เมื่อสักวาระหนึ่ง 50 บาทสามารถซื้อข้าวได้หลายจาน แต่วันนี้เดิมเงินจำนวนเดียวกันนี้ซื้อข้าวได้เพียงจานเดียว นั่นคือพลังของเงินเฟ้อ
ใครได้ประโยชน์ และใครเสียประโยชน์?
ผู้ประกอบการและพ่อค้า ได้ประโยชน์เพราะพวกเขาสามารถปรับราคาสินค้าตามอัตราเงินเฟ้อได้ แต่ พนักงานเงินเดือน มักไม่ได้รับการปรับเงินเดือนเท่าเทียมกับอัตราเงินเฟ้อ ส่งผลให้อำนาจซื้อของพวกเขาลดลง
สาเหตุของเงินเฟ้อมีกี่ประเภท
โดยทั่วไปเงินเฟ้อเกิดขึ้นจากสาเหตุหลัก 3 ประการ:
1. Demand Pull Inflation (เงินเฟ้อจากความต้องการ) ผู้บริโภคต้องการซื้อสินค้าและบริการมากขึ้น แต่ปัจจุบันตลาดขาดแคลนสินค้า ผู้ขายจึงปรับราคาสูงขึ้น
2. Cost Push Inflation (เงินเฟ้อจากต้นทุนสูงขึ้น) ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นราคาพลังงาน วัตถุดิบ หรือค่าจ้าง ผู้ผลิตจึงต้องเพิ่มราคาสินค้า
3. Printing Money Inflation (เงินเฟ้อจากการพิมพ์เงิน) รัฐบาลพิมพ์เงินเพิ่มจำนวนมากเกินไป ทำให้ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจมากเกินความจำเป็น
เงินเฟ้อของไทยผ่านประวัติศาสตร์
ปี 2517 เงินเฟ้อของไทยทะลุ 24.3% เนื่องจากวิกฤตน้ำมันจากสงครามตะวันออกกลาง
ปี 2523 เงินเฟ้อสูงเป็นครั้งที่สอง เพราะสงครามระหว่างอิรักและอิหร่าน
ปี 2541 หลังวิกฤติเศรษฐกิจเอเชีย ค่าบาทอ่อนค่า เงินเฟ้อพุ่งถึง 7.89%
จนมาถึง 2565 เงินเฟ้อกระโดดขึ้นมา 7.10% อีกครั้ง เนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน
ภาวะเงินเฟ้อวัดได้ยังไง?
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) คือเครื่องมือวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ทุกเดือนกระทรวงพาณิชย์ของไทยจะเก็บข้อมูลราคาสินค้า 430 รายการเพื่อคำนวณ CPI
ข้อมูลจากมกราคม 2567:
ทำไมเงินเฟ้อถึงเกิดขึ้นในโลกในปัจจุบัน
หลังจากวิกฤติโรคระบาด เศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับ “revenge spending” - ความต้องการอัดอั้นของผู้บริโภคที่ระเบิดออกมา แต่กำลังการผลิตยังไม่ทันตัว นอกจากนี้:
ตามข้อมูล IMF ถึงมกราคม 2567 เศรษฐกิจโลกคาดว่าจะเติบโต 3.1% ในปี 2567 และ 3.2% ในปี 2568 แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต
ผลกระทบเงินเฟ้อต่อชีวิตประจำวันของเรา
บนศาลาของประชาชนทั่วไป
ค่าครองชีพสูงขึ้นหมายความว่า:
ดูตัวอย่างราคาสินค้าสำคัญในชีวิตประจำวัน:
บนศาลาของผู้ประกอบการ
เมื่อสินค้าแพงขึ้น ยอดขายลดลง ต้นทุนสูงขึ้น บางธุรกิจต้องชะลอการลงทุน ลดจำนวนพนักงาน ซึ่งเป็นสัญญาณของ Stagflation - สถานการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด
บนศาลาของเศรษฐกิจประเทศ
ถ้า Stagflation เกิดขึ้น:
เงินเฟ้อ vs เงินฝืด: ต่างกันอย่างไร
ทั้งสองสถานการณ์ต่างก็เป็นอันตรายถ้ามีความรุนแรงและยืดเยื้อ
เมื่อเงินเฟ้อมา นักลงทุนควรทำอะไร
1. วางแผนการลงทุนที่ชาญฉลาด
ในยุคเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยเงินฝากต่ำมาก ต้องหาผลตอบแทนจากที่อื่น:
2. ลดการก่อหนี้ไม่ลงใจ
3. เลือกสินทรัพย์ที่มั่นคง
ทองคำ ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะ:
นักลงทุนบางคนชื่นชอบการเทรด CFD ของทองคำ เพราะสามารถเก็งกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง
4. ติดตามข่าวสาร
เงินเฟ้อและนโยบายที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ความเป็นปัจจุบันคือสิ่งที่นักลงทุนต้องการ
หุ้นกลุ่มใดได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อ?
หุ้นธนาคาร
กำไรของธนาคารมาจากส่วนต่างดอกเบี้ย (Net Interest Margin) เมื่ออัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากการต่อสู้กับเงินเฟ้อ ธนาคารจะได้กำไรมากขึ้น
หุ้นประกัน
บริษัทประกันลงทุนในตราสารหนี้ที่มีผลตอบแทนสัมพันธ์กับอัตราเงินเฟ้อ นอกจากนี้พบบริษัทเช่น ปตท.จำกัด (มหาชน) ที่ได้ประโยชน์อย่างมหาศาลในครึ่งแรกของปี 2565 - ปตท.มีรายได้ 1,685,419 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 64,419 ล้านบาท เติบโต 12.7% เมื่อเทียบปีก่อน เนื่องจากราคาน้ำมันพุ่งสูง
หุ้นอาหาร
สถานการณ์โลกทำให้ปัญหาอาหารเพิ่มเติม ผู้ผลิตอาหารมีความเป็นสิ่งจำเป็นและมีอำนาจในการปรับราคา
ตราสารหนี้แบบลอยตัว
ตราสารหนี้แบบ Floating Rate Bond หรือ Inflation Linked Bond จะปรับอัตราดอกเบี้ยตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อ
สิ่งที่จะได้เรียนรู้ในช่วงเงินเฟ้อ
เงินเฟ้อระดับปานกลางเป็นเหตุการณ์ที่เป็นธรรมชาติของเศรษฐกิจ แต่เงินเฟ้อในระดับสูง (Hyper Inflation) ล่ะคือจุดที่เกิดปัญหา
การเข้าใจภาวะเงินเฟ้อ จึงเป็นส่วนสำคัญของการที่นักลงทุนทำการตัดสินใจที่ชาญฉลาด เปรียบเทียบกับเงินฝืด (สถานการณ์ตรงข้าม) เงินเฟ้อมักจะเป็นตัวลุกเติบโตของเศรษฐกิจ แต่ที่เดียวกัน จำเป็นต้องจัดการให้เหมาะสม
ด้วยการติดตามข่าวสารกลไกโลก นโยบายของธนาคารกลาง และการเลือกลงทุนอย่างไม่ประมาท คุณจึงสามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินได้แม้ในยุคเงินเฟ้อที่ท้าทาย