Dasar
Spot
Perdagangkan kripto dengan bebas
Perdagangan Margin
Perbesar keuntungan Anda dengan leverage
Konversi & Investasi Otomatis
0 Fees
Perdagangkan dalam ukuran berapa pun tanpa biaya dan tanpa slippage
ETF
Dapatkan eksposur ke posisi leverage dengan mudah
Perdagangan Pre-Market
Perdagangkan token baru sebelum listing
Futures
Akses ribuan kontrak perpetual
TradFi
Emas
Satu platform aset tradisional global
Opsi
Hot
Perdagangkan Opsi Vanilla ala Eropa
Akun Terpadu
Memaksimalkan efisiensi modal Anda
Perdagangan Demo
Pengantar tentang Perdagangan Futures
Bersiap untuk perdagangan futures Anda
Acara Futures
Gabung acara & dapatkan hadiah
Perdagangan Demo
Gunakan dana virtual untuk merasakan perdagangan bebas risiko
Peluncuran
CandyDrop
Koleksi permen untuk mendapatkan airdrop
Launchpool
Staking cepat, dapatkan token baru yang potensial
HODLer Airdrop
Pegang GT dan dapatkan airdrop besar secara gratis
Pre-IPOs
Buka akses penuh ke IPO saham global
Poin Alpha
Perdagangkan aset on-chain, raih airdrop
Poin Futures
Dapatkan poin futures dan klaim hadiah airdrop
Investasi
Simple Earn
Dapatkan bunga dengan token yang menganggur
Investasi Otomatis
Investasi otomatis secara teratur
Investasi Ganda
Keuntungan dari volatilitas pasar
Soft Staking
Dapatkan hadiah dengan staking fleksibel
Pinjaman Kripto
0 Fees
Menjaminkan satu kripto untuk meminjam kripto lainnya
Pusat Peminjaman
Hub Peminjaman Terpadu
Inflasi vs Deflasi: Apa Perbedaan Utama bagi Investor
เมื่อพูดถึงภาวะเศรษฐกิจ คำว่า เงินเฟ้อ มักจะบ่อยครั้งที่ปรากฏในข่าวสาร แต่บอกตรงๆ ว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่ได้เข้าใจจริงว่ามันส่งผลกระทบต่อกระเป๋าของเราอย่างไร บทความนี้จะพูดถึง เงินเฟ้อ ตั้งแต่พื้นฐาน สาเหตุการเกิดขึ้น ไปจนถึงวิธีการรับมือที่เหมาะสม
เงินเฟ้อคืออะไร ให้เข้าใจแบบง่ายๆ
เงินเฟ้อ ในศัพท์เศรษฐศาสตร์คือภาวะราคาสินค้าและบริการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่าย ก็คือเงินของเราซื้ออะไรได้น้อยลงแต่ละวัน
ตัวอย่างที่เห็นชัดเจน
นาย A ถือเงิน 50 บาทไปซื้อข้าว เมื่อ 5 ปีที่แล้วได้ 5 จาน แต่วันนี้ได้เพียง 1 จาน ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ตอบง่ายๆ ก็เพราะราคาข้าวขึ้น ซึ่งนั่นเองคือ เงินเฟ้อ ในการกระทำของมัน
ไม่ใช่เพียงแค่ข้าวนะ ทุกอย่างราคาสูงขึ้น ตั้งแต่น้ำมัน ไข่ ผัก เนื้อสัตว์ ค่าเดินทาง ทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับภาวะ เงินเฟ้อ
เงินเฟ้อเกิดจากอะไร
3 สาเหตุหลักที่นำมาซึ่ง เงินเฟ้อ
1. ความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นแต่อุปทานไม่ทัน (Demand Pull Inflation) เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว คนมีเงินจ่ายมากขึ้น ต้องการซื้อสินค้าและบริการเพิ่ม แต่ผู้ผลิตไม่สามารถส่งมอบเพียงพอได้ ผู้ขายก็ใช้โอกาสนี้ขึ้นราคา
2. ต้นทุนการผลิตพุ่งสูง (Cost Push Inflation) ราคาวัตถุดิบสากล เช่น น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ เหล็ก ทองแดง ปรับตัวสูงขึ้น ผู้ผลิตจึงต้องขึ้นราคาสินค้าสิ่งของ เพื่อรักษากำไรของตัวเอง
3. รัฐบาลปั่นเงิน (Printing Money Inflation) เมื่อรัฐบาลโพสต์เงินเข้าระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ปริมาณเงินสูงขึ้นแต่สินค้ายังเท่าเดิม จึงกลายเป็น เงินเฟ้อ ที่หนักขึ้น
ตอนนี้ เงินเฟ้อ สากลเกิดจากอะไร
ในปัจจุบัน โลกเผชิญกับ เงินเฟ้อ ที่มีรูปแบบผสม ดังนี้
ตามข้อมูล IMF มกราคม 2567 เศรษฐกิจโลกคาดเติบโตที่ 3.1% ปี 2567 แต่ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประวัติศาสตร์ เนื่องจากนโยบายการเงินตึงตัว
ใครได้ประโยชน์ ใครเสีย จากภาวะ เงินเฟ้อ
กลุ่มที่ได้ประโยชน์
✅ ผู้ประกอบการ พ่อค้า ผู้ถือหุ้น
✅ ผู้ถือหนี้
✅ เจ้าของธนาคาร ประกัน
กลุ่มที่เสีย
❌ พนักงานเงินเดือนประจำ
❌ ผู้เก็บเงิน ผู้บริโภค
❌ เจ้าหนี้
ผลกระทบของ เงินเฟ้อ ต่อเศรษฐกิจและคนธรรมดา
ต่อประชาชน
ต่อธุรกิจ
ต่อประเทศ
กรณีถ้าเข้าสู่ Stagflation (เงินเฟ้อ + เศรษฐกิจถดถอย)
นี่คือสถานการณ์ที่ไม่มีใครอยากเห็น ราคาสูง เศรษฐกิจน้อยลง การว่างงานสูง คนยากจน สินค้ามีราคาแต่ไม่มีใครซื้อ
ดูข้อมูลเงินเฟ้อของไทยในรอบ 50 ปี
ท่องย้อนไปในอดีต ไทยเคยเผชิญกับ เงินเฟ้อ ที่รุนแรงมาก่อน
ข้อมูล CPI ประจำเดือนมกราคม 2567:
ปัจจัยลดอัตรา: การลดราคาพลังงาน และผักสดที่ปล่อยตลาดเพิ่ม
เนื้อสัตว์และผักเดินทางราคามากมาย
เงินเฟ้อ vs เงินฝืด ต่างกันตรงไหน
ถ้า เงินเฟ้อ คือราคาสูงขึ้น แล้ว เงินฝืด (Deflation) ก็คือตรงข้าม ราคาลดลง
เงินฝืด เกิดเมื่อ:
ปัญหาของ เงินฝืด:
ทั้ง เงินเฟ้อ และ เงินฝืด สุดขั้วต่างก็ไม่ดี ต้องหาสมดุล
ลงทุนเวลาเกิด เงินเฟ้อ ต้องทำอะไร
วิธีการรับมือ
1. หลีกเลี่ยงการก่อหนี้เสีย ในยุค เงินเฟ้อ การกู้ยืมที่ไม่ได้นำมาลงทุนให้ได้ผล จะทำให้คุณสูญเสีย เงินที่กู้มาจากเดิมถ้าต่อเนื่อง 5 ปี จะกลายเป็นเงินน้อยลง เมื่อเงินเฟ้อเกิด
2. วางแผนการลงทุนสมควร
3. ลงทุนในสินทรัพย์มั่นคง
ทองคำ
หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์
หุ้นธนาคาร
หุ้นประกัน
หุ้นอาหาร
หุ้นพลังงาน
ตราสารหนี้แบบปลอด เงินเฟ้อ
กองทุนอสังหาริมทรัพย์
การติดตามข้อมูล
ทุกเดือน กระทรวงพาณิชย์เก็บข้อมูลราคาสินค้า 430 รายการ คำนวณเป็น ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ถ้า CPI เพิ่ม YoY มากกว่า 3-4% ระวัง เงินเฟ้อ ถ้ามากกว่า 10% ถือว่า Hyper Inflation เสี่ยงอันตราย
สรุป
เงินเฟ้อ คือภาวะธรรมชาติของเศรษฐกิจ ขึ้นลงตามวัฏจักร แต่ถ้า เงินเฟ้อ เกินควร (Hyper Inflation) ก็เป็นวิกฤติ
ความสำคัญ:
วิธีปรับตัว:
นักลงทุนควรเข้าใจ เงินเฟ้อ เพื่อไม่ให้สูญเสีย และเพื่อสร้างกำไรจากโอกาสของมัน